เที่ยวภูทับเบิก-เขาค้อ 4 วัน 3 คืน

Posted on October 30, 2018
LocationPhetchabun
Rating
0.0

เข้าค้อ

ภูทับเบิก

วันที่ 1 ออกเดินทางวันแรก จากดอนเมืองไปยังภูทับเบิก ระยะทาง ประมาณ 481 กิโลเมตร ออกเดินทางตอน 12:00 ตรงถึงภูทับเบิก 18:30 น โดยใช้เวลาเดินทาง 6 ชั่วโมงโดยรถส่วนตัว ไปตามเส้นทาง สระบุรี – เพชรบูรณ์ ถึงที่พักผาศิลา หรือบ้านศิลา โดยตั้งอยู่สันเขาสามารถมองเห็นวิวหมอกในตอนเช้าได้ 180 องศา

ภูทับเบิกเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร บนภูเขาสูงของจังหวัดเพชรบูรณ์ ในตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า

 

วันที่ 2 ตื่นเช้ามาดูหมอกหน้าห้องพร้อมกับรับประทานอาหารเช้าที่ทางที่พักเตรียมไว้ให้พร้อมกับชมบรรยากาศสายหมอกในตอนเช้าไปพร้อมๆ กัน หลังจากนั้นช่วงสายของวันก็เดินทางไปยังวัดภูทับเบิก ซึ่งเป็นวัดที่สูงที่สุดในประเทศ โดยวัดนี้มีผู้ที่มาปฏิบัติธรรมสายธรรมยุตินิกาย โดยบริเวณวัดนั้นปกคลุมไปด้วยต้นใหม่น้อยใหญ่ทำให้บรรยากาศมีความหนาวเย็นตลอดทั้งปี

หลังจากนั้น 10:00 น เดินทางทางลงจากภูทับเบิกไปยังวัดผาซ่อนแก้วซึ่งอยู่ในเขตอำเภอเขาค้อ ห่างจากภูทับเบิกประมาน 50กิโลเมตร เพื่อไปยังวัดพระธาตุผาซ่อนแก้วซึ่งเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของจังหวัดเพชรบูรณ์ที่มีผู้คนเดินทางมาตลอดทั้งปี หลังจากไว้พระเสร็จแล้วก็เดินทางขึ้นไปต่อไปยังร้านกาแฟสไตล์จีน ตักม้อ หรือ Takmoh coffee khao kho เพื่อจิบกาแฟและชมวิวภูเขาและวัดวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว แล้วเดินทางกลับขึ้นที่พักบนภูทับเบิก

วันที่ 3 ตื่นเช้ามารับลมหนาวและทะเลหมอกที่พักชื่อว่าไร่กมลเทพพิชิตหมอก ซึ่งตั้งอยู่บริเวรสันเขาไกล้กับวัดป่าภูทับเบิกซึ่งสามารถมองเห็นปลายยอดเจดีย์วัดป่าภูทับเบิกได้อย่างชัดเจน หลังจากนั้นเก็บของเก็บกระเป๋าออกเดินทางไปยังเขาข้อ เพื่อไปทุ่งกังหันลม

ระหว่างนั้นได้แวะทานข้าวที่ร้าน piney bistro cafe ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังของวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ในร้านจะมีทั้งเครื่องดื่มและอาหาร พนักงานร้านบริการดี และเมนูแนะนำร้านนี้ก็คือขาหมูเยอรมัน อร่อยยังไงต้องไปลองรับรองติดใจแน่นอนหลังจากรับประทานอาหารถ่ายรูปชมวิวเสร็จเรียบร้อยก็ได้ออกเดินทางต่อไปยังทุ่งกังหันลม

ทุ่งกังหันลมตั้งอยู่บนเขาค้อ หมู่บ้านเพชรดำมีเนื้อที่บนยอดเขา 350 ไร่ ซึ่งเราสามารถไปเขาค้อและมองเห็นกังหันลมได้จากระยะไกล ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของเขาค้อเลยก็ว่าได้ โดยสามารถขับรถไปจอดบริเวณที่จอดรถด้านหน้าได้แต่ไม่สามารถขับเข้าไปด้านในได้ แต่จะมีรถรางนำชมภายในทุ่งกังหันลมเป็นรอบๆ คิดค่าเข้าคนละ 40 บาท

ตกเย็นสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยก็คือการกินหมูกะทะท้าลมหนาวบนเขาค้อ ซึ่งร้านหมูกะทะนี้ตั้งอยู่บนเขาค้อชื่อร้าน เจ้าคุณหมูกะทะ จะเรียกได้ว่าเป้นร้านหมูกะทะร้านเดียวบนเขาค้อเลยก็ว่าได้ โดยมีหลายอย่างให้เลือกกิน สามารถพบเห็นร้านได้ง่ายเพราะติดถนนใหญ่ หลังจากนั้นก็เดินทางไปกางเต้นท์ที่ไปรษณีย์โดยเราสามารถนำเต้นท์มาเองหรือสามารถเช่าเต้นของไปรษณีย์ได้ในราคา 600 บาท พร้อมเครื่องนอน ถือว่าสดวกสบายเลยทีเดียว โดยไปรษณีย์เขาค้อเป็นที่ยอดนิยมของคนที่ต้องการมากางเต้นท์นอน เพราะมีวิวที่สวยงามในตอนเช้าและมีบริเวณกว้างมากในการกางเต้นท์

วันที่ 4 หลังจากพักผ่อนนอนในเต้นท์ท่ามกลางสายหมอกและลมหนาว ตื่นเช้ามาก็เจอกันวิวอันสวยงามบนเขาค้อนั่นคือทะเลมอกที่ด้านหลังของไปรษณีย์เขาค้อซึ่งคนที่มาพักเขาค้อส่วนมากในตอนเช้าก็จะขึ้นมาบนไปรษณีย์เขาค้อกันเพื่อรับชมทะเลหมอกกันซะส่วนมาก เนื่องจากเป็นวิวที่สูงและมองเห็นได้กว้างมาก

หลังจากหมอกควันได้จางหายไป ก็ถึงเวลาเก็บของกลับบ้าน แต่ระหว่างนั้นก็ต้องแวะพระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเบกเพื่อสักการะขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเดินทางกลับ โดยพระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษกนั้นบนยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีรกธาตุพระอัฐิของพระพุทธเจ้า ที่อัญเชิญมาจากกระเทศศรีรังกา โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานให้กับประชาชนในพื้นที่หลังจากยุติการสู้รับกับคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย

หลังจากไว้พระขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลแล้วก็ถึงเวลาเดินทางกลับ สิ่งที่ขาดไม่ได้ก่อนกลับนนั่นคือของฝาก โดยของฝากขึ้นชื่อในจังหวัดเพชรบูรณ์นั้นก็คือมะขามนั่นเอง อย่าลืมแวะซื้อแวะชิมกันนะครับ

Write a Review

Click to rate

Write a Review

Click to rate

en_USTH-EN
zh_CNZH en_USTH-EN